NACC
PACC
LINE OA QR Code
แชทกับเรา
คลิกเลย
💬 ผู้ช่วยญาดา

ระบบถาม-ตอบอัตโนมัติ

พร้อมให้บริการ
กำลังโหลด...
X
อบต.บัวใหญ่
อ.น้ำพอง จ.ขอนแก่น
ข้อมูลสภาพทั่วไป

สภาพทั่วไป
 

สภาพทั่วไป

         องค์การบริหารส่วนตำบลบัวใหญ่ ตั้งอยู่ที่หมู่ที่ 3 ตำบลบัวใหญ่อำเภอน้ำพอง จังหวัดขอนแก่น ได้รับการยกฐานะจากสภาตำบลเป็นองค์การบริหารส่วนตำบล เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน2540ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากอำเภอน้ำพอง  เป็นระยะทางประมาณ  14 กิโลเมตร  ห่างจากตัวจังหวัดขอนแก่น  27  กิโลเมตร  มีเนื้อที่  ทั้งหมด  74.81  ตารางกิโลเมตร  มีเขตการปกครองในพื้นที่  จำนวน  17  หมู่บ้าน              

อาณาเขต        มีอาณาเขตติดกับตำบล  อำเภอใกล้เคียงต่าง ๆ  ดังนี้

-ทิศเหนือ          ติดกับตำบลทรายมูล      อำเภอน้ำพอง    จังหวัดขอนแก่น

-ทิศใต้             ติดกับตำบลบ้านขาม      อำเภอน้ำพอง    จังหวัดจอนแก่น

-ทิศตะวันตก      ติดกับตำบลท่ากระเสริม   อำเภอน้ำพอง    จังหวัดขอนแก่น

-ทิศตะวันออก     ติดกับตำบลห้วยโจด       อำเภอกระนวน  จังหวัดขอนแก่น

 

สภาพภูมิประเทศ

         สภาพภูมิประเทศของตำบลบัวใหญ่ตอนบนของตำบลเป็นที่สูงลูกคลื่นลอนตื่นลาดเอียงลงสู่ทิศใต้ของตำบล  ซึ่งเป็นพื้นที่ราบ  ลาดลงสู่ที่ราบบริเวณลำน้ำพองทางตอนบน  พื้นที่ส่วนใหญ่ใช้สำหรับปลูกพืชไร่ และไม้เศรษฐกิจ  เป็นที่นาเพียงส่วนน้อยและส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติดงซำ และเขตทหารตอนล่างของตำบลเป็นที่ราบ  อยู่ในเขตชลประทานของโครงการส่งน้ำ  และบำรุงรักษา หนองหวายการใช้ประโยชน์เป็นพื้นที่ทำนา  และไร่นาสวนผสม

พื้นที่ป่า

         พื้นที่ป่าส่วนใหญ่อยู่ทางตอนบนของตำบล เป็นป่าจำพวกป่าไม้เบญจพรรณสภาพป่าเสื่อมโทรมเนื่องจากตัดไม้ทำลายป่าเพื่อนำมาใช้ประโยชน์  และเพื่อใช้ประโยชน์ในที่ดินสำหรับทำไร่อ้อย  มันสำปะหลัง  และการเลี้ยงสัตว์  และปลูกพืชไร่อื่น ๆ

แหล่งน้ำและปริมาณการเก็บกัก

แหล่งน้ำที่สำคัญ  และมีผลต่อวิถีชีวิตและการทำกิจกรรมการเกษตรของชุมชน  มีดังนี้

การศึกษา

1.  ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก                          จำนวน              1     แห่ง

2.  โรงเรียนประถมศึกษา                      จำนวน     5     แห่ง

2.1 )  โรงเรียนกู่สว่างสามัคคี       บริการการศึกษาแก่หมู่ที่  1, 2, 3 , 14, 15, 16

2.2 )  โรงเรียนชุมชนบัวใหญ่       บริการการศึกษาแก่หมู่ที่  4, 5, 6, 7, 17

2.3 )  โรงเรียนบ้านโนนหัวช้าง     บริการการศึกษาแก่หมู่ที่  13

2.4 )  โรงเรียนบ้านคอกคีแสนตอ  บริการการศึกษาแก่หมู่ที่  8, 9, 10

2.5 )  โรงเรียนบ้านคำม่วม ดงเย็น บริการการศึกษาแก่หมู่ที่  11, 12

3.  โรงเรียนมัธยมศึกษา                      จำนวน        1      แห่ง     ตั้งอยู่หมู่ที่  6

4.  ศูนย์บริการการศึกษานอกโรงเรียน      จำนวน        1      แห่ง    ตั้งอยู่หมู่ที่  17

5.  ที่อ่านหนังสือพิมพ์ประจำหมู่บ้าน        จำนวน       17     แห่ง

สถาบันองค์กรทางศาสนา

1.  วัด / สำนักสงฆ์                           จำนวน        8      แห่ง

1.1  วัดกู่ประภาชัย                 ตั้งอยู่หมู่ที่    1

1.2  วัดสามัคคีวิทยาราม           ตั้งอยู่หมู่ที่    2

1.3  วัดบูรพาภิรมยาราม           ตั้งอยู่หมู่ที่    4

1.4  วัดพังคียาราม                  ตั้งอยู่หมู่ที่    9

1.5  วัดโพธิ์ชัย                      ตั้งอยู่หมู่ที่    11

1.6  วัดเวฬุวัน                      ตั้งอยู่หมู่ที่    12

1.7  วัดจอมมณี                     ตั้งอยู่หมู่ที่    13

1.8  วัดสว่างแสงอรุณ              ตั้งอยู่หมู่ที่    14

2.  สถานที่ทำกิจกรรมทางคริสต์ศาสนา     จำนวน     1   แห่ง    ตั้งอยู่หมู่ที่   3 

 

สภาพทางเศรษฐกิจ

1.  การถือครองที่ดิน

เกษตรกรในตำบลบัวใหญ่มีการถือครองที่ดินเพื่อทำการเกษตรเฉลี่ย  14  ไร่ /ครอบครัวกรรมสิทธิ์ในการถือครองที่ดิน  ส่วนใหญ่ครอบครัวหลักจะมีสิทธิ์ในการถือครองที่ดิน  โดยมีเอกสารสิทธิ์เป็นโฉนด  นส  3  ก  และ  สปก 4–01  สปก  4 - 98  และอีกบางส่วนที่ยังไม่มีเอกสารสิทธิ์ใด ๆ  เช่น  บ้านดงเย็น  หมู่ที่  12  ส่วนใหญ่ครอบครัวขยายมักจะไม่มีสิทธิ์ในที่ดินเพราะครอบครัวหลักยังไม่มีการแบ่งโอนกรรมสิทธิ์ให้  แต่ให้สิทธิ์ทำกินด้วยวาจา

2.  ขนาดของครัวเรือนและแรงงาน

ครัวเรือนส่วนใหญ่เป็นครัวเรือนขนาดกลางถึงเล็ก  แต่ระบบเครือญาติยังมีผล ทำให้ครัวเรือนแต่ละครัวเรือนในกลุ่มเครือญาติมีกิจกรรมบางส่วนที่ทำร่วมกัน  เช่น  ทำนาร่วมกัน  และค่อยแบ่งผลผลิตกันในหนึ่งครัวเรือนจะประกอบด้วย  พ่อ - แม่  ลูก  เป็นส่วนใหญ่  ครัวเรือนลักษณะหนึ่งจะมีสมาชิกประมาณ  3-5  คน  และครัวเรือนอีกลักษณะหนึ่งคือ  มี  พ่อ  แม่  ปู่ย่า  ตายายอยู่ด้วยกัน  ซึ่งเป็นส่วนน้อยของครัวเรือนทั้งหมด  จะมีสมาชิกของครัวเรือนประมาณ  5–10  คนต่อครัวเรือนการใช้แรงงานภาคเกษตรจะมีแรงงานประจำประมาณ  2  คน /  ครัวเรือน  อีกส่วนหนึ่งจะอยู่ในภาคการศึกษา และไปทำงานรับจ้างต่างจังหวัดและต่างประเทศ  ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้จะมีอายุอยู่ระหว่าง  18 – 40  ปี  ส่วนแรงงานประจำในภาคเกษตร  จะมีอายุประมาณ  40  ปี  ขึ้นไปเป็นส่วนใหญ่

3.  การประกอบอาชีพ

         -  อาชีพหลัก     ทำการเกษตร  ทำนา,  ทำไร่,  เลี้ยงสัตว์

         -  อาชีพเสริม    รับจ้าง  ในภาคเกษตรและนอกภาคเกษตร

 

หน่วยธุรกิจในตำบล

         -  ปั้มหลอด                                               จำนวน      2           แห่ง

         -  ปั้มน้ำมัน                                                 จำนวน      5         แห่ง

         -  โรงสีขนาดเล็ก                                           จำนวน      8         แห่ง

         -  ร้านจำหน่ายวัสดุ-  อุปกรณ์การก่อสร้าง              จำนวน      3          แห่ง

         -  ร้านค้า                                                   จำนวน      60       แห่ง

         -  ร้านซ่อมรถยนต์  -  รถจักรยานยนต์                  จำนวน      6          แห่ง

         -  ร้นเสริมสวย                                           จำนวน      10 แห่ง

ขนบธรรมเนียมประเพณี

         -  วิถีชีวิตชาวบ้าน จะอยู่ร่วมกันเหมือนเครือญาติ พึ่งพาอาศัยกันวิถีชีวิตจะเกี่ยวข้องกับศาสนา  ทั้งในด้านจริยธรรม และขนบธรรมเนียมประเพณี  ทุกครัวเรือนจะรู้จักสนิทสนมกันเป็นอย่างดี“วัด”จะเป็นแหล่งรวมกันทำกิจกรรมของคนในหมู่บ้านวัฒนธรรมคล้ายคลึงกับชุมชนอื่นทั่วไปของภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่เป็นเอกลักษณ์คือ  ประเพณีและวัฒนธรรมที่ผูกพันกับศาสนาอย่างลึกซึ้ง  มีความเชื่อเกี่ยวกับผีสาง  เทวดา  และสิ่งศักดิ์ว่า  จะดลบันดาลให้อยู่เย็นเป็นสุขลูกหลานซึ่งอยู่ในวัยทำงานและวัยหนุ่มสาวที่ไม่อยู่หรือไปทำงานต่างถิ่น  จะพากันกับมาเยี่ยมบ้านเมื่อถึงเทศกาลสำคัญเช่นวันขึ้นปีใหม่วันสงกรานต์ คนเหล่านี้จะนำเอาวัฒนธรรมใหม่ ๆ  เข้ามาในหมู่บ้าน  ทำให้วัฒนธรรมเก่าที่ควรอนุรักษ์ตกเป็นภาระของผู้เฒ่าผู้แก่ในชุมชน  ที่พยายามช่วยกันอนุรักษ์สืบสานไว้

         -  ประเพณีส่วนใหญ่จะประพฤติปฏิบัติกันโดยยึดหลัก “ฮีตสิบสอง” คำว่า “ฮีต”คือสิ่งที่คนในชุมชนควรต้องปฏิบัติร่วมกัน  ที่สำคัญ  เช่น ประเพณีบุญบั้งไฟ ประเพณีสู่ขวัญข้าวเป็นต้น  การประกอบกิจกรรมสำคัญร่วมกันทำให้คนในหมู่บ้านมีโอกาสได้พบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นตลอดจนไถ่ถามถึงสารทุกข์สุขดิบซึ่งกันและกัน  ซึ่งถือเป็นวิถีชีวิตแบบชนบทโดยแท้

ด้านประเพณีและวัฒนธรรม

          ในรอบหนึ่งปี  ในหมู่บ้าน / ชุมชน  มีการทำบุญหรืองานประเพณีฮีตสิบสอง  เป็นประเพณีและความเชื่อเก่าแก่ชาวอีสานยึดมั่นมานานและยังยึดมั่งอย่างมั่นคงแม้ในปัจจุบัน   สรุปได้ดังนี้

1.  เดือนเจียง(เดือนอ้าย) นิมนต์สังฆเจ้าเข้ากรรมฯชาวบ้านเลี้ยงผีแถน  และผีต่างๆ (บรรพบุรุษหรือวีรบุรุษผู้ล่วงลับ)การนิมนต์พระสงฆ์เข้ามาปริวาสกรรมหรือเข้ากรรมนั้นเป็นพิธีกรรมเพื่อให้พระภิกษุผู้กระทำผิดได้สารภาพต่อหน้าคณะสงฆ์(มิใช่ล้างบาป) เป็นการฝึกความรู้สึกสำนึกวิจัยความผิดบกพร่องของตัว  ซึ่งตรงกันข้ามกับสังคมสมัยนี้มีแต่โพนทะนาถึงความชั่วความผิดของผู้อื่นข้างเดียว

2.  เดือนยี่ ทำบุญ “คูนลาน”มีพระสวดมนต์ฉันข้าวเช้าเพื่อเป็นศิริมงคลแก่ข้าวเปลือก  เมื่อพระฉันเช้าแล้วก็ทำพิธีสู่ขวัญข้าว(ทำขวัญข้าวหรือสูตรขวัญข้าว)นอกจากนั้นในเดือนนี้ชาวบ้านจะต้องตระเตรียมสะสมเชื้อเพลิงหาฟืนและถ่านมาไว้ในบ้าน

3.  เดือนสาม  มื้อเพ็งทำบุญข้าวจี่ และบุญมาฆะบูชา เริ่มพิธีทำบุญเข้าจี่ในตอนเช้าโดยใช้ข้าวเหนียวปั้นหุ้มน้ำอ้อยนำไปปิ้งหรือจี่พอเกรียม แล้วชุบด้วยไข่ ลนไฟจนสุกแล้วใส่ภาชนะไปตั้งไว้ในหัวแจก(ศาลาวัด) นิมนต์พระรับศีลแล้วเอาข้าวจี่ใส่บาตร นำถวายแด่พระสงฆ์พร้อมด้วยอาหารอื่นเมื่อพระฉันเสร็จแล้วมีการแสดงพระธรรมเทศนา ข้าวจี่ที่เหลือจากพระฉันแล้วแบ่งกันรับประทานถือว่าจะมีโชคดี

4.  เดือนสี่  บุญพระเวสฟังเทศมหาชาติ มูลเหตุเนื่องมาจากพระคัมภีร์มาลัยหมื่น  และมาลัยแสนว่า ถ้าผู้ใดปรารถนาที่จะได้พบพระศรีอริยะเมตไตย์ หรือเข้าถึงศาสนาพระพุทธองค์แล้ว จงอย่าฆ่าบิดามารดา สมณพราหมณาจารย์ อย่ายุยงให้พระสงฆ์แตกสามัคคีกันกับให้อุตสาห์ฟังพระธรรมเทศนาเรื่อง พระมหาเวสสันดรชาดกให้จบสิ้นภายในวันเดียวเป็นต้น  ในงานนี้มักจะมีผู้นำของมาถวายพระซึ่งเรียกว่า “กันฑ์หลอน”  หรือถ้าเจาะจงจะถวายเฉพาะพระนักเทศน์ที่ตนนิมนต์มาก็เรียกว่า  “กัณฑ์จอบ”  เพราะต้องแอบซุ่มดูให้แน่เสียก่อน

5.  เดือนห้า  ทำบุญขึ้นปีใหม่ไทยหรือตรุษสงกรานต์สรงน้ำพระพุทธรูป ไปเก็บดอกไม้ป่ามาบูชาพระในระหว่างบุญนี้ทุกคนจะหยุดงานธุรกิจประจำวัน   โดยเฉพาะมีวันสำคัญดังนี้

- วันสังขารล่วง เป็นแรกของงานจะนำพระพุทธรูปลงมาทำความสะอาดและตั้งไว้  ณ  สถานที่อันสมควรแล้วพากันสรงพระด้วยน้ำหอม

- วันสังขารเน่า เป็นวันที่สองของงาน พากันทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่บิดามารดา  และญาติที่ล่วงลับไปแล้ว

- วันสังขารขึ้น เป็นวันที่สามของงาน ทำบุญตักบาตรถวายภัตราหารแด่พระ – เณร  แล้วทำการคารวะแก่บิดามารดาและคนแก่   ส่งท้ายด้วยมีพิธีบายศรีสู่ขวัญ  แล้วใช้น้ำที่เหลือจากการรดน้ำให้ผู้ใหญ่นำมารดน้ำให้แก่ผู้มาร่วมงานภายหลังจึงแผลงมาเป็นวิ่งไล่สาดน้ำทาแป้ง

6.  เดือนหกทำบุญบั้งไฟและวันวิสาขบูชาการทำบุญบั้งไฟเพื่อขอฝนเป็นงานสำคัญก่อนลงมือทำนา  ส่วนการทำบุญวันวิสาขบูชากลางวันมีการเทศน์กลางคืนมีการเวียนเทียน

7.  เดือนเจ็ดทำบุญซำฮะล้างหรือบุญบูชาบรรพบุรุษ มีการเซ่นสรวงหลักเมืองปู่ตาผีเมืองผีตาแฮกเป็นการทำบุญเพื่อระลึกถึงผู้มีพระคุณ

8.  เดือนแปดทำบุญเข้าพรรษา เป็นประเพณีทางพุทธศาสนาโดยตรง มีการทำบุญตักบาตร  ฟังธรรมเทศนาและถวายเทียนเข้าพรรษา

9.  เดือนเก้า ทำบุญข้าวประดับดิน เป็นการทำบุญเพื่ออุทิศแก่ญาติผู้ล่วงลับ   โดยการจัดหาอาหาร  หมากพลู  เหล้า บุหรี่  ไปวางไว้ใต้ต้นไม้หรือที่ใดที่หนึ่ง   แล้วเชิญวิญญาณของญาติมิตรที่ล่วงลับไปแล้วมารับเอาอาหารไป

10.  เดือนสิบ ทำบุญข้าวสากหรือข้าวสลาก พิธีนี้กระทำกันในวันขึ้น15 คำเดือน 10 ชาวบ้านได้นำข้าวต้ม ขนมเลี้ยงดูแจกจ่ายกันในตอนเพลของวันนี้  ชาวบ้านได้นำสำรับกับข้าวและเครื่องไทยทานเพื่อนำเข้าไปถวายพระภิกษุในวัด   เขียนสลากบอกชื่อเจ้าของสำรับกับข้าวแล้วนำลงใสบาตร   พร้อมกับนิมนต์ให้พระภิกษุตลอดจนสามเณรเป็นผู้จับสลาก  พระภิกษุองค์ใดถูกสลากของใครก็จะได้รับข้าวและเครื่องไทยทานของผู้นั้น

11.  เดือนสิบเอ็ด ทำบุญออกพรรษา พระสงฆ์จะแสดงอาบัติทำการปวารณา คือ  เปิดโอกาสให้ว่ากล่าวตักเตือนกันได้   พอตกกลางคืนมีการจุดประทีปโคมไฟแขวนไว้ตามต้นไม้หรือริมรั้ว

12.  เดือนสิบสอง ทำบุญกฐิน ชาวบ้านได้พากันทำบุญกฐินหลังออกพรรษา  ซึ่งถือตามคตินิยมในทางพระพุทธศาสนา นอกจากบุญกฐินแล้วก็แล้วก็ยังมีบุญทอดผ้าป่า โดยเฉพาะบุญทอดผ้าป่านี้ไม่ได้กำหนดตามกาลและเวลา คือ เจ้าของหรือเจ้าภาพกำหนดทำพิธีเมื่อไรก็ได้


    
 

จำนวนผู้เข้าชม 456 ครั้ง


โบว์ไว้อาลัย